รับดูแลผู้ป่วยติดเตียง

ควรดูแลผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้สูงอายุที่นอนติดเตียงอย่างไร?

สำหรับผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุที่ต้องนอนติดเตียง ในบทความนี้ หมายถึง ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง จนต้องใช้เวลาส่วนใหญ่นอนอยู่บนเตียง ซึ่งในบางรายอาจจะไม่รู้สึกตัวเลย ในขณะที่บางคนอาจจะขยับตัวได้บ้าง แต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองในบางเรื่อง ได้อย่างเต็มที่ อาจจะมีสาเหตุมากมายที่ทำให้ผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุต้องนอนติดเตียงอยู่ตลอดเวลา เช่น การเจ็บป่วยจากการเป็นโรค ประสบอุบัติเหตุ การผ่าตัดใหญ่ เป็นต้น

นอกจากนี้ การนอนติดเตียงยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ เช่น การเกิดแผลกดทับ การขาดสารอาหารอย่างรุนแรง เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินปัสสาวะ ดังนั้น สำหรับผู้ป่วยที่นอนติดเตียง และดูแลกันเองที่บ้าน ผู้ที่มีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยจึงมีความสำคัญมาก เนื่องจากผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ หรือไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ ผู้ดูแลจึงมีหน้าที่ดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วย และยังเป็นการช่วยป้องกันผู้ป่วยจากโรคแทรกซ้อนตามมาอีกด้วย ซึ่งผู้ดูแลควรดูแลผู้ป่วย หรือผู้สููงอายุที่นอนติดเตียงเป็นพิเศษ ในเรื่องต่อไปนี้
การนอน

ผู้ป่วยที่นอนติดเตียงจะไม่สามารถพลิกตัวเองได้ และหากต้องนอนอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานๆ ก็อาจทำให้เกิดแผลกดทับ ซึ่งในระยะแรกอาจจะทำให้ลอกแค่ผิว แต่พอนานวันเข้าก็อาจลอกจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ หรืออาจะถึงชั้นกระดูกเลยทีเดียว และหากร่างกายปราศจากผิวหนังปกคลุมเเล้ว โอกาสที่จะติดเชื้อก็มีมากขึ้นดังนั้น ผู้ดูแลควรพลิกตัวผู้ป่วยทุกๆ 2 ชั่วโมง เปลี่ยนท่าในการนอน เช่น นอนหงาย นอนตะแคง นอกจากนี้อาจจะซื้อที่นอนโฟมหรือที่นอนลมที่มีคุณสมบัติช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดแผลกดทับมาใช้โดยเฉพาะก็ได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยนอนหลับสบายมากขึ้น และช่วยป้องกันการเกิดแผลกดทับได้ด้วย

การรับประทานอาหาร

หากผู้ป่วยทานอาหารในท่านอน อาจจะทำให้สำลัก หรือ ปอดเกิดการอักเสบ หรือติดเชื้อ เพราะ เศษอาหารหลุดเข้าหลอดลม และที่แย่ไปกว่านั้นคือ เศษอาหารชิ้นใหญ่อาจเข้าไปอุดหลอดลม ส่งผลให้ผู้ป่วยขาดอากาศหายใจ ดังนั้น ผู้ดูแลควรจัดให้ผู้ป่วยนั่งตรงก่อนจะรับประทานอาหาร โดยอาจจะใช้หมอนช่วยดันหลังให้ทรงตัว หรือเลือกใช้เตียงผู้ป่วยที่มีฟังก์ชั่นในการปรับหนักพิงหลังขึ้นเพื่อความสะดวกของผู้ป่วย และผู้ดูแล และควรให้ผู้ป่วยนั่งในท่าเดิมเพื่อให้อาหารย่อยก่อนสัก 1-2 ชั่วโมง เเล้วจึงนอนลง

การขับถ่าย

การใส่สายสวนปัสสาวะเข้าไปภายในร่างกายของผู้ป่วย เป็นการเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อได้ง่าย ผู้ดูแลควรเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะให้ผู้ป่วยเป็นประจำทุก 2 – 4 สัปดาห์ และทำความสะอาดสายด้วยน้ำสบู่อ่อนๆทุกครั้ง และหากพบว่าปัสสาวะของผู้ป่วยมีสีขุ่นข้น หรือปัสสาวะไม่ออก ควรรีบพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที หากใส่แพมเพิร์ส ควรเช็ค และเปลี่ยนแพมเพิร์สให้ผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการรับเชื้อต่างๆเข้าสู่ร่างกาย

ห้องนอน

ควรจัดให้เหมาะกับการใช้งาน อยู่ชั้นล่างของบ้าน และมีพื้นที่มากพอในการวางเตียงผู้ป่วย เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางแพทย์ นอกจากนี้ยังสะดวกในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินอีกด้วย

ปากและฟัน

ควรแปรงฟันด้วยแฟรงสีฟันขนอ่อน และบ้วนปากด้วยน้ำเหลือ หากผู้ป่วยไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง ผู้ดูแลสามารถใช้ผ้าก๊อซพันด้ามตะเกียบชุบน้ำอุ่น ทำความสะอาดภายในช่องปาก

ผู้ป่วยแต่ละรายมีภาวะของโรคแตกต่างกัน แต่สิ่งที่คล้ายกันคือ ความเบื่อหน่าย และความทุกข์ที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้ดูแลสามารถหากิจกรรมต่างๆมาทำร่วมกันผู้ป่วย เพื่อผ่อนคลาย และลดความเศร้าลง มีสุขภาพจิตที่ดี
การดูแลผู้ป่วยติดเตียง เรียกได้ว่าเป็นภาระหน้าที่ที่ค่อนข้างหนัก ซึ่งผู้ดูแลอาจจะรู้สึกเหนื่อย และเครียด แต่หากหมั่นหาความรู้ในการดูแล และทำด้วยหัวใจเเล้ว ผู้ป่วยก็จะให้ความร่วมมือ และทำให้ผู้ดูแลรู้สึกเหนื่อยน้อยลงค่ะ

เครดิตบทความ http://www.phartrillion.com/